สุดยอด iPhone 11 ลัดคิวด้วย feature 3D
 
ลัดคิว iphone 5, 6, 7, 8, 9, 10 กันไปเลยสำหรับ iphone 11 ที่มี 3 โคตร feature เด่นที่ภูมิใจนำเสนอแล้ว
3 โคตร feature ที่ว่าประกอบไปด้วย
1. Real 3D phone ไม่ใช่แค่เห็นหน้ากันแต่สามารถ คุยกันแบบเลียหน้าเลียตากันไปเลย
2. Sonic ASS Shi พลังคลื่นเสียงแรงสูง ที่คุณสามารถคุยไปได้ไกลนอกโลกถึงดาวอังคารกันเลยทีเดียว(แต่มรึงจะคุยกับใครมิทราบ)
3. Big Batt Boom นี่เป็น feature ที่ได้รับการเรียกร้องกันมากในตะวันออกกลาง โทรศัพท์ของคุณจะกลายเป็นระเบิดทำลายล้างได้ และสามารถพกพาไปได้แม้ในเครื่องบิน (ตัวใครตัวเผือกล่ะ)
 
ยัง...ยังไม่พอนี่ยังมี feature ย่อยอีกกว่า 100 feature เช่น ไม่ย่อยสลายแม้อยู่ในท้องปลาดุก 10 วัน, โทรศัพท์จะร้องหาเองเมื่อมันอยู่ไกลเจ้าของ (เออ.. ดีวะ) และ feature เก่าที่ถูกปรับปรุงใหม่ให้ดีขึ้น อย่าง feature ปาหัวหมาและโทรศัพท์ไม่พัง(เฉพาะหัวหมาเท่านั้น หัวแมว และหัวคนทำไม่ได้)สามารถปาได้เจ็บขึ้นและโหดขึ้น หึ หึ
 
ทั้งหมดยังไม่เกิดขึ้นจริงแค่ขำๆ เหอๆ แต่ก็ไม่แน่

edit @ 7 Apr 2011 11:53:19 by losttheways

knockin' on heaven's door

ผมน่าจะหายไปเกือบปีได้ล่ะครับ ก็ยังคงทำงาน ฟังเพลง และตามฝันอย่างสมำ่เสมอ แม้จะไม่หนักหน่วงอย่างที่เคย ช่วงนี้กระแสเพลง electronic มาแรงและมีศิลปินดีๆออกมาอย่างต่อเนื่อง ถ้ามีโอกาสผมจะเขียนถึงนะครับ แต่วันนี้อยากเขียนถึงเพลงเก่าๆ เพลงหนึ่งซึ่งอยู่ในความทรงจำของผมตลอดมา
 
knockin' on heaven's door เพลงนี้ original เป็นของ Bob Dylans ซึ่งแต่งเป็น Soundtrack ให้หนังเรื่อง PAT GARRETT AND BILLY THE KID แต่โด่งดังให้คนไทยได้รู้จักใน version ของวง Rock สุดเก๋า Guns & Roses นี่เป็นหนึ่งในเพลงที่เป็นตำนานแห่งวงการร็อคอย่างแท้จริง อย่ากระนั้นเลย มาดูกันสิว่าเพลงนี้แล้ว แท้จริงนั้นหมายความยังไง
 
ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนเลยนะครับว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่สามารถ แปลความหมาย และวิเคราะห์ได้ในหลายทิศทาง ความหมายแฝงของเพลงนี้อาจจะเด่นชัดออกมาจาก Performence ของวงที่นำมาเล่น และตัวนักร้องด้วย
 
ความหมายโดยรวมนั้นน่าจะถึงคนๆหนึ่งที่ อาจจะได้ทำสิ่งผิด หรือสิ่งที่ร้ายแรง จึงได้ถูกยึดสิ่งสำคัญ(badge, guns) จึงทำหมดกำลังใจและรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะตาย(Feels like I'm knockin' on heaven's door)
 
จุดสำคัญที่ทำให้ความหมายของเพลงนั้นถูกตีความได้หลายแบบ เป็นเพราะภาพลักษณ์ของวง ยกตัวอย่าง version ของ G n R ความหมายของมันอาจจะเป็น ชายคนหนึ่งได้ถูกจับได้ว่า เสพยา(badge) และมีอุปกรณ์เสพ(gun) ทั้งที่เค้ากำลังจะเสพยาไปจนถึง heaven อยู่แล้ว(กำลังเคาะอยู่แต่ยังไม่ได้เปิดให้นะ) หรือสำหรับผมนะ ใน version ของ Bob Dylans ผมมองไปถึง ทหารที่กลับมาจากสงคราม(ทหารผ่านศึก) เมื่อเค้ากลับมาที่บ้านทั้งเกียรติยศและอาวุธถูกปลด แทนที่จะพวกเขาจะสามารถกลับมาอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข แต่สงครามนั้นยังมาตามหลอกหลอนจนหวาดระแวง ในที่สุดพวกเขาอาจจะต้องแสวงหาทางออกด้วยความตาย (เวอร์ไปไหมนี่)
บางที คุณอาจจะรู้สึกว่า เพลงได้อธิบายถึงปมในวัยเด็ก
 
แต่ไม่ว่าจะยังไง ผมเองไม่ได้ดูหนังเรื่อง PAT GARRETT AND BILLY THE KID นะครับ และไม่มีกูรูมาจากไหนมากมาย ผิดพลาดอย่างไรขออภัยด้วยครับ ทุกอย่างที่วิเคราะห์ไปก็เป็นความเห็นส่วนตัวครับ แต่ไม่ว่าความหมายที่ถูกฝังไว้จะหมายถึงอะไรแต่ทุกครั้งที่ผมฟังเพลงนี้ ผมจะรู้สึก chill และ "ปลง" ครับ
 
Mama take this badge from me
I can't use it any more
It's getting dark too dark to see
Feels like I'm knockin' on heaven's door
Kn-kn-knockin' on heaven's door
Kn-knockin' on heaven's door
Kn-knockin' on heaven's door
Kn-knockin' on heaven's door
Mama put my guns in the ground
I can't shoot them any more
That cold black cloud is comin' down
Feels like I'm knockin' on heaven's door
Kn-kn-knockin' on heaven's door
Kn-knockin' on heaven's door
Kn-knockin' on heaven's door
Kn-knockin' on heaven's door
 

edit @ 11 Jan 2011 17:25:13 by losttheways

edit @ 11 Jan 2011 17:27:36 by losttheways

Grammy Award 52nd Part2 & Best Cover

posted on 27 Jan 2010 10:36 by losttheways

เพราะนัทแท้ๆเลยที่ทำให้ขยันเข้ามาอัพblog ติดๆแบบนี้ วันนี้ยังคงอุ่นเครื่องงาน Grammy กันต่อ แต่เป็นเรื่องของงาน American Music Award งานนี้เป็นที่รู้ๆกันว่าเป็นงานแจกรางวัลที่เป็นรางวัลแบบมหาชน งานนี้เลยหาท่านเซอร์(ไฟรส์)ไม่เจอ

รางวัลใหญ่ที่สุด Artist of the year เป็นของ Taylor swift แต่ผู้ที่กวาดรางวัลมากที่สุดคือ MJ ส่วนโชว์ของ Gaga ก็ยังเหลือเฟือเหมือนเดิม พูดถึงงาน AMA แล้วก็ขอพูดถึง งานที่มีบรรยากาศที่ผมชอบมากๆ คืองาน BET Award

ซึ่งงานนี้ taylor กับ Gaga หมดสิทธิ์ งานนี้ก็มีการระลึกถึง MJ กันอย่างเป็นกันเอง และ Janet ก็ออกมาพูดถึงพี่ชายของเขา(เป็นไฮไลท์เลยล่ะ) ผู้ชนะของ BET ค่อนข้างจะกระจายกันไป Ne-yo, Beyonce, Jamie, Lil' Wayne โดยที่ BEP ไม่ถูกเสนอชื่อเลย(รางวัลเค้าน้อย ทำใจ)ส่วนรางวัลนักกีฬาชาย น่าจะให้ไทเกอร์ วู้ดนะ(^ ^")

Brit Award ยังมาไม่ถึง (ช่วงเดือน ก.พ. อะ) ส่วนตัวผมเองมีรางวัลแปลกๆส่วนตัวมานำเสนอ จะว่าเกี่ยวกับดนตรีก็ไม่เชิง นั้นคือ Best CD Cover Award (คิดเองเลยนะนี่) ผมรวบรวมเอาปกซีดีอัลบั้ม(เฉพาะอัลบั้ม single ไม่นับ)จากบรรดาผู้ถูกเสนอชื่อใน Grammy Award 52nd รางวัลหลักๆ ซึ่งมีผู้ถูกเสนอชื่อดังต่อไปนี้

อันดับ 1

Greenday : 21st Century Breakdown

Photobucket

ปกอัลบั้มที่ชวนให้นึกถึงงานของศิลปินข้างถนนที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่าง Banksy(เขียนถูกไมวะ) งานสไตส์ กราฟฟิตี้ที่พูดถึงการเมือง แหนบแนมสังคมชีวิตในปัจจุบันที่สำคัญยังเป็นงานที่สื่อถึง เนื้อหา และสไตส์เพลงของอัลบั้มออกมาได้ในภาพๆเดียว โอ้วงานนี้ตัวเก็งคร๊าบ

อันดับ 2

King Of Leon : Only by The Night

Photobucket

งานเท่ๆ ดนตรีเท่ๆ นี้เองที่ทำให้วงนี้โคตรเท่เลยวะ ปกอัลบั้มที่ชวนให้นึกถึงภาพที่เคยทำในตอนเด็กๆ(ที่เอาสีมาหยดๆไว้ข้างหนึ่งแล้วพับกระดาษให้สีมันแปะกันพอกางออกมาก็จะได้ภาพที่สื่อถึงอะไรก็ได้แล้วแต่คนจะมองงานฉลาดๆที่สื่อถึงเพลงของพวกเขาที่ต้องขบคิดไม่แพ้กัน เข้าชิงตามระเบียบ

อันดับสุดท้าย

DMB (Dave Matthews Band) : Big Whiskey and the GrooGrux King

Photobucket

 งานปกสุดจี๊ดที่วงสุดเก๋าอย่างพวกเค้าไม่เคยทำมาก่อน สารภาพเลยว่าผมยังไม่ได้ฟังอัลบั้มนี้เลยแต่ความรู้สึกเมื่อเห็นปกอัลบั้มนี้มันบอกว่า "มันเจ๋งแน่เลย หยิบมาฟังเลยดีกว่า" นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็น DMB ล่ะก็เห็นปกผมคงต้องลองฟังเลยแน่นอน(เอ๊ะยังไง)

 แต่ก่อนที่จะประกาศรางวัลอันมั่วๆอันนี้ ของประกาศรางวัล The Worst CD Cover ก่อนเลย ได้แก่ แง งง งง ....

The Worst CD Cover

Flo Rida : R.O.O.T.S

Flo Rida Pictures, Images and Photos

นี่ถ้าพี่แก หุ่นอย่าง Chris Brown คงไม่ได้รางวัลนี้หรอก โหย..เก๋าได้ใจแต่ใส่เสื้อก็ได้นะ ฮา..

 The Best CD Cover

DMB (Dave Matthews Band) : Big Whiskey and the GrooGrux King

เหตุผลเพราะ มันฮากระชากจิต ถ้าอยู่บนแผง CD ผมคงต้องหยิบมาดูโดยที่ไม่ได้คิดว่าเป็นวง DMB แน่แท้

กระนั้นเลยทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลและอารมณ์การตัดสินของข้าพเจ้าเอง หากไม่ถูกใจอภัยด้วยนะครับ

 

รณวีห์

edit @ 27 Jan 2010 13:04:42 by losttheways

Pre Grammy Award 52nd

posted on 26 Jan 2010 11:39 by losttheways

GG

หายไปนานอีกแล้ว คราวนี้นานจริงๆ ยังคงฟังเพลง พูดเรื่องเพลงโน้นเพลงนี้ให้แฟนฟัง(ซึ่งไม่รู้ว่าเธอจะอยากฟังรึเปล่า)แต่ไม่มีเวลามาเขียนเล่าใน blog เลย

ความจริงความตั้งใจแรกจะเขียนหลังงานแกรมมี่เสร็จเรียบร้อย จะได้มีเรื่องมาเหลาเยอะ แต่ขออุ่นเครื่องหน่อยเป็นไง วันที่ 31 ม.ค. 2010 นี้ ภายใต้สโลแกน We're all fansกับงานแจกรางวัลทางดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด Grammy Award 52nd

ปีนี้เหล่าบรรดาตัวเก็งก็ตบเท้าเข้าชิงกันเพียบ Beyonce มากสุด รองๆลงมาก็ taylor swift, BEP(Black Eyed Peas), Maxwell, Gaga, Colbie Caillat ฯลฯ

ในฐานะที่เป็น Song reader(ตั้งเองเลยวะ) รางวัลใหญ่ที่สุดที่ให้กับ Song writer(not Artist not Producer)คือ

Song of the year มี Poker face(Gaga), Pretty wings(Maxwell), Single Ladies (Put A Ring On It)Beyonce, Use Somebody(Kings Of Leon) และ You Belong With Me(Taylor Swift) ดูๆแล้วก็เลยเชียร์ Pretty wings ครับ(แต่คงจะไม่ได้ T_T)

Best Female Pop  Taylor Swift ถูกเสนอชื่อด้วย ไม่รู้ถ้าได้ งานนี้จะมีใครมาแย่งรางวัลไปอีก(ฮา)

ส่วนอื่นของ songwriter

ในสาย Rock: Best Rock song  21 Guns ถูกเสนอชื่อด้วย อย่างที่ผมเคยเก็งไว้ใน entry 21 Guns

ในสายR&B: Best R&B Song  Pretty wings และ Single Ladies (Put A Ring On It) ยังคงถูกเสนอชื่อไปด้วย

ส่วน Best Rap Song เสียดายที่  beautiful ของ Eminem หลุดไป แต่ได้ไปเสนอชื่อตรง Best Rap Solo Performance แทน คร่าวแค่นี้ล่ะกัน เพิ่มเติมเข้าไปดูกันได้ใน http://www.grammy.com/nominees

สิ่งที่มาพร้อมกับงานประกาศรางวัลแบบนี้ก็คือ โชว์นั้นเอง และไฮไลท์ที่สุดของงานนี้อยู่ที่การ Tribute เพลงของราชาเพลง pop ตลอดกาล MJ ซึ่งคราวนี้ผู้จัดงานเค้าใช้คำว่า Never-before-seen 3D Movie นำโดย Celine Dion ทางสถานี CBS มีการแจกแว่น 3 มิติให้ผู้ชมทางบ้านแล้วด้วย(แล้วกรูล่ะไม่เห็นได้)และนอกจากโชว์เด็ดๆ ทางผู้จัดได้ให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมในงานนี้ผ่านทาง Social network ต่างๆและโหวตเพลงที่จะใช้ในโชว์ด้วย ตรงตามสโลแกน We're all fans เลยทีเดียว

สรุปเอ็นทรี้นี้ก็มา PR งาน Grammy ล้วนๆเลย ยังไงยังไม่ลืมที่จะหาเพลงมาเล่าให้ฟังหรอกน่า 

รณวีห์

edit @ 26 Jan 2010 13:26:11 by losttheways

edit @ 26 Jan 2010 13:27:07 by losttheways